วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Supercar Thailand 2009 Round 5

Supercar Thailand 2009 สนามที่ 5
12 ก.ย. 52 พีระเซอร์กิต, พัทยา
เริ่มการแข่งขันวันแรก โดยวันศุกร์เป็นรอบควอลิฟายด์ได้ตำแหน่งโพลล์ ทีมแข่ง “โตโยต้า ทีมอาร์โต้” เตรียมความพร้อมได้ดีกว่าสนามที่ผ่านๆ มาทั้งแชสซีส์ – เครื่องยนต์ ช่วงล่าง - ยาง และระบบต่างๆ เครื่องยนต์ “3S-GTE TRD Spec” 2000 ซีซี ขับเคลื่อน 2 ล้อ ในรถแข่ง “โคโรลล่า อัลติส” สามารถปลดปล่อยพลังกว่า 390 แรงม้า ลงสู่พื้นแทร็คของสนาม พีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา ได้อย่างเต็มที่ ทำเวลาดีที่สุด 1.01.000 นาที คว้าตำแหน่งโพลล์ในการออกสตาร์ท โดยรถแข่งหมายเลข 39 ขับโดยนักแข่งชั้นนำของเมืองไทย “วัว - ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ” ส่วนเพื่อนร่วมทีม “แมน - ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ” ควบรถแข่งหมายเลข 19 ตามหลังมาในอันดับที่ 3
สำหรับรุ่นนี้ตำแหน่ง โพล โพสิชั่น เป็นรถหมายเลข 39 ของ ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ มาพร้อมผมทรงใหม่ ที่แรงแบบฉุดไม่อยู่ทั้งคน ทั้งรถ โดยทำเวลาควอลิฟายด์ไว้ที่ 1:01.079 น
อีกหนึ่งนักแข่งที่น่าจับตามอง ด้วยพัฒนาการที่ก้าวกระโดด อย่างเห็นได้ชัด คือ รถหมายเลข 11 เอกรัฐ ดิษเจริญ สนามนี้ทำเวลาควอลิฟายด์ได้เป็นอันดับที่ 4
ระเบิดศึกรุ่นใหญ่ โดยมีรถหมายเลข 18 ของ วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ กระโดดคว้าตำแหน่งผู้นำไว้ได้ทันที ส่วนรถหมายเลข 7 ของ สัณชัย เองตระกูล ก็เป็นอีกหนึ่งคันที่น่ากลัว เพราะสตาร์ทจากอันดับที่ 19 แต่โดดขึ้นมาอยู่ในกลุ่มหัวแถวได้ตั้งแต่รอบแรก เช่นเดียวกับ รถหมายเลข 28 ชนมสัวสดิ์ อัศวเหม ที่สตาร์ทจากอันดับที่ 9 ไล่ขึ้นมาอยู่ในกลุ่มหัวแถวได้ภายในเวลารวดเร็วเช่นกัน
ผ่านไปได้ 5 รอบเท่านั้น รถในกลุ่มหัวแถวก็เจอปัญหากันเพียบ รถหมายเลข 11 เอกรัฐ ดิษเจริญ มีควันออกจากห้องเครื่อง จอดเสียที่ก่อนเข้า S1 ส่วนรถหมายเลข 7 สัณชัย เองตระกูล หลุดออกไปนอกแทรค เลยต้องเข้าพิทเอารถไปเช็ค ก่อนจะออกมาทำการแข่งขันใหม่ แต่รถก็มีปัญหายางแตกอีกจำต้องกลับเข้าพิทอีกรอบ และไม่ออกมาอีกเลย
หัวแถวยังคงไม่มีใครแย่งชิงอันดับที่ 1 ไปจากรถหมายเลข 18 วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ ได้ ส่วน Mad Cow ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ รถหมายเลข 39 ยังรั้งอันดับที่ 2 ไว้เหนียวแน่น และอันดับที่ 3 เป็นรถหมายเลข 81 ของ วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี
ผ่านมาถึงใกล้ๆ กลางการแข่งขัน รถหมายเลข 6 ของ นภัสถ์ อัสสกุล เสียหลักหมุนที่ S2 และออกมาแข่งขันต่อได้ แต่อีกไม่นานก็ต้องออกจากการแข่งขันไปอีกราย เพราะมาหมุนอีกรอบที่โค้งสุดทางตรงขวางแทรคอยู่ ทำให้รถที่แข่งขันต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น จนกระทั่งกรรมการสนามเคลียร์รถออกจากแทรคได้เรียบร้อย
อีกเพียง 5 รอบสนามจะจบการแข่งขัน ตั้งแต่อันดับที่ 3 มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อ รถหมายเลข 19 ณัฐพงศ์ ห่อทองคำ เร่งขึ้นมาเป็นอันดับที่ 3 ได้สำเร็จ และส่งรถหมายเลข 81 วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี ลงไปอยู่ในอันดับที่ 4
จบการแข่งขันไป ด้วยชัยชนะของ รถหมายเลข 18 วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ นำม้วนเดียวเข้าเส้นชัยไปเรียบร้อย ส่วนอันดับที่ 2 เป็น Mad Cow ณัฐวุมิ เจริญสุขะวัฒนะ รถหมายเลข 39 และรถหมายเลข 19 ของ ณัฐพงศ์ ห่อทองคำ เข้าเส้นชัยไปเป็นอันดับที่ 3
รุ่น Super 2000 นำทัพด้วยแชมป์หลายสมัย รถหมายเลข 12 ปิติ ภิรมย์ภักดี ในตำแหน่ง โพล โพสิชั่น ส่วนอันดับที่ 2 ก็มีดีกรีไม่น้อย รถหมายเลข 37 ของ ต้น มานัต กุละปาลานนท์ เรียกว่าได้ลุ้นกันทุกโค้งแน่ๆ กับการชิงตำแหน่งผู้นำ เดินเครื่องกันเต็มสูบ หลังสัญญาณไฟสตาร์ทดับลง โดยมีรถหมายเลข 12 ปิติ ภิรมย์ภักดี เป็นผู้นำ ตามมาติดๆ ด้วยรถหมายเลข 37 มานัต กุละปาลานนท์ ที่จี้มาไม่ยอมห่างเลยทีเดียว แต่ต้องออกจากการแข่งขันไปเข้าพิทในรอบที่ 3 เนื่องจากหลุดโค้ง S1 หัวทิ่มเข้ากำแพงไปเต็มๆ เล่นเอาหม้อน้ำแตกไป ตำแหน่งหัวแถวยังคงเดิม โดยมีจ่าฝูงเป็นรถหมายเลข 12 ปิติ ภิรมย์ภักดี ตามมาด้วย จักษ์ทอง นาวาศุภพานิช ในรถหมายเลข 93 ส่วนอันดับที่ 3 รถหมายเลข 13 ของ นราศักดิ์
เข้าสู่รอบที่ 5 ของการแข่งขัน อันดับหัวแถวต้องเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง เพราะอันดับที่ 2 รถหมายเลข 93 ของ จักษ์ทอง โยนโค้งมาแรงไป หลุดอออกไปตกบ่อทราย นำรถกลับมาแข่งต่อไม่ได้ ต้องออกจากการแข่งขันไป และทำให้ตำแหน่งตั้งแต่อันดับที่ 2 เปลี่ยนเป็นรถหมายเลข 38 ชยุส ยังพิชิต แทน ยิ่งมากรอบ การแข่งขันก็ยิ่งเร้าใจขึ้น เมื่อกลุ่มหัวแถวเริ่มเสียขบวนกันยกใหญ่ อันดับเปลี่ยนกันให้วุ่นวาย รถหมายเลข 13 ของ นราศักดิ์ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 3 ก็หลุดโค้งออกไป ต่อมารถเสีย ต้องออกจากการแข่งขันไปอีกราย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตั้งแต่อันดับที่ 2 ลงมาเปลี่ยนกันหมด
จบการแข่งขันรุ่น Super 2000 รถหมายเลข 12 ปิติ ภิรมย์ภักดี นำโด่งลอยลำ ม้วนเดียวเข้าเส้นชัยไปเป็นอันดับที่ 1 ตามมาด้วยอันดับที่ 2 รถหมายเลข 38 ของ ชยุส ยังพิชิต และรถหมายเลข 3 รถหมายเลข 52 นิติกร ภู่สุนทรธรรม
**อย่าลืมติดตามเชียร์การแข่งขันสนามสุดท้าย ของ ซุปเปอร์คาร์ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2009 ในรายการแข่งขัน บางแสน สปีด เฟสติวัล 2009 วันที่ 28 – 29 พ.ย.นี้ ที่ชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี
///////////////////////////////
ขอบคุณที่มา : motortrivia

Supercar Thailand 2009 Round 6

Supercar Thailand 2009 สนามที่ 6
13 ก.ย. 52 พีระเซอร์กิต, พัทยา
การแข่งขันสนามที่ 6 ในวันอาทิตย์ เป็นการออกสตาร์ทแบบ “โรลริ่ง สตาร์ท” ทำให้ไม่เสียเปรียบรถแข่งของทีมอื่นที่มีแรงม้ามากกว่า และบางคันยังใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ “ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ” สามารถคุมเกมการแข่งขันไว้ได้ตลอดการแข่งขัน 22 รอบ จนกระทั่งควบรถแข่ง
สนาม 6 ออกสตาร์ทแบบ Rolling Start โดยมีรถหมายเลข 39 ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ ในตำแหน่งโพล โพสิชั่น เป็นซึ่งถือว่าเป็นจ่าฝูงของขบวน
ออกสตาร์ทรอบแรกไปครึ่งสนามรถหมายเลข 81 วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี ก็หมุนโชว์ไปรอบ ก่อนจะกลับเข้ามาแข่งขันต่อ จ่าฝูงเป็นไปดังคาดหมาย รถหมายเลข 39 ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ อาศัยความได้เปรียบของจังหวะฉีกนำรถหมายเลข 18 วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ ออกไปเรื่อยๆ
ผ่านไปเพียง 6 รอบสนามเท่านั้นกลุ่มหัวแถวก็ไล่น็อครอบ คันสุดท้ายไปเป็นที่เรียบร้อย เข้าสู่รอบที่ 7 รถหมายเลข 18 วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ เริ่มกดดัน เพราะโดนรถหมายเลข 19 ณัฐพงศ์ ห่อทองคำ ไล่จี้ติดแบบไม่ยอมห่าง และอาศัยช่องว่างเสียบขึ้นมาแซงเป็นอันดับที่ 2 ไปเรียบร้อยในรอบที่ 7
ในรอบที่ 9 รถหมายเลข 18 ของ วุฒิกร อาการไม่ดี ดูเหมือนรถจะมีปัญหาแผ่วลงไปเยอะ คงทำได้แค่ประคองให้จบการแข่งขัน แต่ไปไม่ไหวต้องเข้าพิทไปในช่วงกลางการแข่งขัน เลยทำให้รถหมายเลข 11 เอกรัฐ ดิษเจริญ ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 3 ส่วนอันดับที่ 4 ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ตัวแรงจาก RPM หมายเลข 7 ของ สัณชัย เองตระกูล ที่ออกสตาร์ทจากอันดับเกือบสุดท้าย
อีกไม่กี่รอบจะจบการแข่งขันรถหมายเลข 17 ของ ธนภณ ทองเจือ มีปัญหาควันออกท้าย คาดว่าจะมีน้ำมันรั่วลงพื้นแทรค กรรมการต้องสั่งยกธงน้ำมันทั่วทั้งสนาม เพื่อให้นักแข่งระวังลื่นกันมากขึ้น
จบการแข่งขันไปอย่างสวยงามด้วยรถหมายเลข 39 “Mad Cow” ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ โหนยาวๆ เข้าเส้นชัยไปเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยศิษย์สำนักเดียวกัน ณัฐพงษ์ ห่องทองคำ รถหมายเลข 19 ที่ไล่กันเข้ามาไม่ห่าง ส่วนอันดับที่ 3 เป็นรถหมายเลข 11 Impreza ตัวเจ็บ ของ เอกรัฐ ดิษเจริญ ที่ตามเข้าเส้นชัยไปเรียบร้อย
ภาพแห่งความสำเร็จของผู้อยู่เบื้องหลังครับ
ภายหลังการแข่งขัน “อาร์โต้” สุทธิพงษ์ สมิตชาติ ผู้จัดการทีมแข่ง “โตโยต้า ทีมอาร์โต้” ได้เปิดเผยว่า “การแข่งขันในสนามนี้ ทางทีมได้เตรียม ความพร้อมมาเป็นอย่างดี โดยได้นำข้อผิดพลาดจากการแข่งขันทั้ง 4 สนามที่ผ่านมา เป็นข้อมูลในการปรับปรุง และพัฒนารถแข่งให้มีความพร้อมและทนทานสำหรับการแข่งขันมากยิ่งขึ้น และขอชื่นชมความสามารถของนักแข่งทั้ง 2 คนทั้ง ณัฐวุฒิ และณัฐพงษ์ ซึ่งเป็นนักแข่งระดับสุดยอดฝีมือของเมืองไทย สามารถนำรถแข่งผ่านธงตราหมากรุกได้อย่างงดงาม สำหรับการแข่งขันทั้ง 2 วัน ทำให้ทีมมีลุ้นกับรางวัลชนะเลิศประทีมทีมอีกด้วย”
ส่วนในรุ่น Super 2000 สนาม 6 ทีมสิงห์ ค่อนข้างพร้อมทีเดียว เพราะสนามนี้ลงแข่งกันครบทั้งหมายเลข 12 ปิติ ภิรมย์ภักดี และหมายเลข 11 กรัณฑ์ ศุภพงษ์ ส่วนทีมโตโยต้า ที่อยู่ลำดับหัวแถวเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะพร้อมแค่ไหน เพราะสนามที่ 5 รถหมายเลข 37 มานัต กุละปาลานนท์ รถชนกำแพงไปเต็มเหนี่ยว ส่วนตรัยฐนิษย์ ก็อาการไม่ค่อยดี แผ่วไปเยอะ ทำให้ต้องมาลุ้นในสนามนี้ ว่าจะโชว์ฟอร์มกันได้มากแค่ไหน
หลังสัญญาณไฟสตาร์ทดับลง รถหมายเลข 12 ของ ปิติ ภิรมย์ภักดี ทะยานออกไปเต็มเหยียด แต่โดน The Twin Toyota เสียบขึ้นไปทั้งซ้าย และขวา ขึ้นไปเป็นอันดับที่ 1 และ 2 ทันที ตำแหน่งในรอบแรกจึงกลายเป็นรถหมายเลข 37 ต้น มานัต คือจ่าฝูง ตามด้วยเพื่อนร่วมสำนักรถหมายเลข 35 ตรัยธนิษฐ์ ฉิมตะวัน และอันดับที่ 3 รถหมายเลข 12 ปิติ ภิรมย์ภักดี
แต่พอเข้าสู่รอบที่ 2 รถหมายเลข 12 ต๊อด ปิติ ก็เร่งขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 ได้สำเร็จ และขึ้นแซงต้นรถหมายเลข 37 ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 ได้ทันที และในขณะที่เพลิดเพลินกับกับตำแหน่งได้ชั่วครู่รถหมายเลข 93 จักษ์ทอง นาวาศุภพานิช อาศัยช่วงชุลมุน และเทคนิคเหนือชั้น รวบหมดฝูงขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 เอาดื้อๆ เลยทีเดียว แต่ก็นำอยู่ได้เพียงไม่กี่รอบสนาม เพราะโดนรถหมายเลข 12 ต๊อด ปิติ เสียบแซงขึ้นมาจนได้ ส่วนรถหมายเลข 93 จักษ์ทอง พยายามเร่งจะทวงตำแหน่งคืน จนรถเสียหลักหมุนหลุดออกไปนอกแทรค ต้องออกจากการแข่งขันไปก่อน
ลงมาชมอันดับที่ 4-8 ก็ยิ่งน่าลุ้น เพราะผูกเชือกเกาะติดกันมาเป็นฝูงทีเดียว ตั้งแต่ กรัณฑ์ หมายเลข 11, สุริยา หมายเลข 50, ปรีดา หมายเลข 36 และ พัฒวิช หมายเลข 69 มาถึงในรอบที่ 15 กลุ่มนี้ก็โบกมือลาเข้าพิทไป 1 คัน เพราะรถหมายเลข 36 ปรีดา ตันเต็มทรัพย์ ท่อหลุด ลากพื้น ส่วนรถหมายเลข 11 กรัณฑ์ และรถหมายเลข 50 ของ สุริยา ก็สลับกันขึ้น-ลง อย่างเมามันส์ไม่น้อย
2 อันดับหัวแถวนั้นลอยลำไปเลย โดยเฉพาะ ปิติ ภิรมย์ภักดี รถหมายเลข 12 ทิ้งห่างไกลเหลือเกิน เข้าเส้นชัยไปเป็นอันดับที่ 1 ส่วนอันดับที่ 2 เป็นรถหมายเลข 37 มานัต กุละปาลานนท์ และอันดับที่ 3 รถหมายเลข 11 กรัณฑ์ ศุภพงษ์ ที่สามารถไล่ขึ้นมาติดอันดับได้อย่างสวยงาม
**สำหรับการแข่งขันสนามต่อไปของ “ซุปเปอร์คาร์ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ” 2009 จะเป็นสนามสุดท้ายเพื่อตัดสินหาแชมป์ประจำปีโดยจะร่วมแข่งขันในรายการ BANGSAEN THAILAND SPEED FESTIVAL 2009 วันที่ 28 – 29 พ.ย.นี้ ซึ่งเป็นการปิดเมืองบางแสนแข่งรถเป็นปีที่ 3
///////////////////////////////
ขอบคุณที่มา : motortrivia

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552

Man & Moter : ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ

ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ
"นักขับมอเตอร์สปอร์ต ผลงานต้องคงเส้นคงวา"
ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ "นักขับมอเตอร์สปอร์ต ผลงานต้องคงเส้นคงวา"
"ฟอร์มูล่า บีเอ็มดับเบิลยู เอเชีย" ฤดูกาลแรก เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ปลุกเร้าให้เยาวชนในภูมิภาคเอเชีย ได้ก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันในระดับ สากล ซึ่งณัฐพงษ์ ห่อทองคำ ดาวรุ่งนักแข่งรถฟอร์มูล่า วัย 22 ปี คือนักแข่งสัญชาติไทยคนเดียว ที่เข้าร่วมแข่งขันรายการนี้ โดยหลังจากผ่าน มาแล้ว 4 สนาม ณัฐพงษ์ประกาศศักดายืนอยู่ ณ อันดับที่สี่ในตารางคะแนนรวมทั้งหมด
ทั้งนี้โอกาสของณัฐพงษ์ ที่จะขยับขึ้นติดหนึ่งในสามก็มากขึ้นไปอีก เมื่อเขาจะได้มาแข่งขันในสนามบ้านเกิด ณ สนาม พีระ เซอร์กิต ใน กลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ดังนั้นณัฐพงษ์จึงเป็นคนหนุ่มที่จะต้องเฝ้าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะไม่แน่อนาคตเขาอาจจะก้าวขึ้นยืนอยู่ในชั้นแนวหน้าระดับโลกก็ได้
ณัฐพงษ์ เริ่มต้นสัมผัสกับกีฬามอเตอร์สปอร์ตครั้งแรก จากการชักจูงของคุณพ่อด้วยการพาเขาไปฝึกขับ โกคาร์ต ขณะที่มีอายุเพียง 9 ขวบเท่านั้น และนับแต่นั้นมา ณัฐพงษ์ได้ค่อยๆ ค้นพบพรสวรรค์ในการขับรถแข่งของเขาทีละน้อย โดยเริ่มจากการแข่งขัน โกคาร์ต จากนั้นเป็นซูเปอร์คาร์ต
ด้วยวัย 13 ปี ณัฐพงษ์ ก็เริ่มต้นแข่งขันรถฟอร์มูล่า (รถยนต์ที่นั่งเดี่ยว) ครั้งแรกในปี 1998 ที่เป็นการแข่งขันระดับภูมิภาคเอเชีย ที่เรียกว่า "เอเชี่ยนฟอร์มูล่า 2000"ในสังกัดของทีม AIM Motorsports ได้สองฤดูกาล โดยฤดูกาลแรกนั้นเขาครองอันดับที่สอง และมาประสบ กับความสำเร็จแรก ด้วยการครองแชมป์ได้ในฤดูกาลถัดมา จากนั้นณัฐพงษ์ก็ผกผันมาขับรถยนต์ทัวริ่งคาร์ ในประเทศไทยอีก 3 ฤดูกาล
ทีมแข่ง "3 มงกุฎ" ค้นพบพรสวรรค์ในการแข่งขันความเร็วของ ณัฐพงษ์ และได้ ทาบทามให้เขาร่วมทีมในการแข่งขัน Formula BMW Asian Championship ที่จัดขึ้นเป็นฤดูกาลแรกในปีนี้โดยทัวร์นาเมนต์ ดังกล่าว แผนกมอเตอร์สปอร์ตของบีเอ็มดับเบิลยูจัดขึ้น เพื่อใช้ในการ โปรโมตนักแข่งอายุน้อยที่มีพรสวรรค์ สำหรับก้าวเข้าสู่การแข่งรถฟอร์-มูล่า ในระดับนานาชาติที่ มีการแข่งขันสูงขึ้นในอนาคตของเยาวชนเหล่านี้
ก่อนหน้าที่จะเริ่มต้นการแข่งขัน ณัฐพงษ์ ได้รับชัยชนะส่วนตัวของเขามาก่อน ด้วยการได้รับเลือกจากแผนกมอเตอร์สปอร์ตของ BMW ที่มิวนิก ให้ได้รับทุนการฝึกอบรม การขับรถยนต์ฟอร์มูล่า ณ โรงเรียน ฝึกซ้อมการขับรถฟอร์มูล่าของ บีเอ็มดับเบิลยู ที่เมือง บาเลนเซีย ประเทศสเปน
โดยณัฐพงษ์เป็น 1 ใน 5 นักแข่งรุ่นเยาว์ที่ได้รับทุนการฝึกอบรม สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ ซึ่งนอกเหนือไปจากเขาแล้วก็ยังมี นักขับจากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และ ฟิลิป-ปินส์
"หากสังเกตในสนามแข่งจะพบว่า เฉพาะรถของนักขับที่ได้รับทุนการศึกษานี้ จึงจะได้สิทธิการขับรถฟอร์มูล่า BMW ที่มีการพ่นสีฟ้า-ขาว ซึ่งเป็นสีอย่างเป็นทางการของ บีเอ็มดับเบิลยู ฟอร์มูล่า ผมภูมิใจทุกครั้งที่ได้ประจำอยู่หลัง พวงมาลัยของรถยนต์สีฟ้า-ขาวคันนี้"
ในฐานะของนักขับที่ได้รับทุนนั้น ณัฐพงษ์บอกว่า "แน่นอนการที่ได้รับทุนจากแผนก มอเตอร์สปอร์ตของบีเอ็ม ดับเบิลยูนั้น ย่อมเป็นโอกาสที่ดี ในการพัฒนาอาชีพนักแข่งของผมสู่การเป็นมืออาชีพ ซึ่งความ สำเร็จของนักขับมอเตอร์ สปอร์ต คือ การรักษาความคงเส้นคงวาในเรื่อง ของผลงาน และการสั่งสมประสบการณ์ให้มากขึ้น สำหรับผมแล้วตอน นี้กำลังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากกว่า"
"แน่นอนว่าการที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างเป็นมืออาชีพจากบีเอ็มดับเบิลยู มันทำ ให้ผมมีพื้นฐานที่แน่นหนาขึ้น" เมื่อพูดถึงรายละเอียดของการฝึกอบรมที่บาเลนเซียณัฐพงษ์เล่าให้ฟังว่า "การฝึกนี้หนักหน่วงมากทีเดียว แต่ว่ามันเป็นพื้น ฐานสำหรับผู้ที่มุ่งมั่นจะเป็นนักขับรถยนต์ฟอร์มูล่า ระดับสูงในอนาคต คอร์สของการฝึกอบรมนี้ ไม่เพียงแต่ฝึกทักษะการขับขี่ แต่ว่ายังรวมไปถึง ความรู้ทางเทคนิคของรถ ฟอร์มูล่า การฝึกซ้อมฟิตร่างกายหรือแม้แต่หลักโภชนาการในการกินอาหารด้วย"
ณัฐพงษ์ย้ำว่า "สำหรับนักแข่งฟอร์มูล่า แล้ว สภาพร่างกายเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อผลงานในการขับขี่ครับ แต่ว่าโรงเรียนที่บาเลนเซีย ยังผนวกคอร์สเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ และการประชาสัมพันธ์เข้าไปด้วย" เมื่อเราถามว่าทำไมน่ะหรือ? ณัฐพงษ์ให้เหตุผลว่า "การจะเป็นนักแข่งระดับนานา ชาตินั้น เราต้องใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว และขณะเดียวกัน คุณต้องวางตัวให้เหมาะ สมต่อหน้าสื่อมวลชนอีกด้วยครับ"
ถึงแม้ว่า ณัฐพงษ์ จะประสบความสำเร็จมาบ้างแล้ว บนเส้นทาง การแข่งขันก่อนหน้านี้ แต่เขาย้ำว่า "ผมยังไม่คาดหวังว่าผมจะจบซีซั่นนี้ด้วย การขึ้นโพเดียมเป็นอันดับหนึ่งถึงสามหรอกนะครับ สำหรับผมแล้วฤดูกาลแรกกับ ทัวร์นาเม้นต์ที่มีการแข่งขันสูงอย่าง Formula BMW Asia นั้น คือช่วงที่เราจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์การขับรถที่นั่งเดี่ยวในระดับนานาชาติมากกว่าครับ"
อย่างไรก็ดี ณัฐพงษ์ แสดงออกซึ่งความมุ่งมั่นในการสร้างผลงานดีๆ ในการแข่งขันที่คืบคลานเข้ามาถึง "ผมหวังว่าจะสร้างผลงานที่ดีได้ ในการแข่งขันที่สนามบ้านเกิดในไทย ที่สนามพีระเซอร์กิตครับ แต่ตอนนี้ต้องโฟกัสไปที่ สนามหน้าที่ยะโฮร์เสียก่อน"
สำหรับจุดประสงค์ที่ณัฐพงษ์มุ่งหวัง ทำให้ดีที่สุดในสองสนามนี้ เขาเผยสาเหตุว่า "เพราะหากคนไทยสามารถทำได้ดีในกีฬาประเภทนี้แล้ว ผมเชื่อว่าจะทำให้เยาวชนและสาธารณชน ให้ความสนใจกับกีฬาประ เภทนี้มากขึ้น ณะนี้ความนิยมของกีฬาประเภทนี้ในเมืองไทยนั้นยังจำกัด อยู่มาก หากเทียบกับในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือแม้แต่เพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย แต่ผมมั่นใจว่ามันกำลังจะเติบโตขึ้น"
"ผมชื่นชมแผนกมอเตอร์สปอร์ตของ บีเอ็มดับเบิลยู ที่ยอมลงทุน กับนักแข่งเยาวชนอย่างพวกเรา เพื่อโปรโมตให้กีฬามอเตอร์สปอร์ตเป็น ที่นิยมในภูมิภาค นักแข่งอายุน้อยอย่างพวกเรา จำเป็นจะต้องได้รับการ สนับสนุน ในเรื่องของโอกาส และแนวโน้มต่ออาชีพรถแข่งในอนาคต นี่ไม่ได้พูดถึงเฉพาะตัวผมเองเท่านั้นนะ แต่หมายถึงโดยทั่วไปด้วย ลองคิดดูแล้วกันหากอนาคต เรามีนักแข่งฟอร์มูล่าวันเป็นชาวเอเชียสักคน คนในภูมิภาคเราจะกะตือรือร้นกับกีฬาประเภทนี้มากขนาดไหน"
"ตัวอย่างที่ห็นได้ คือ นักเทนนิสที่โดดเด่นอย่าง ภราดร และ แทมมี่ พวกเขาทั้งช่วยเป็นแรงดลใจให้ เยาวชนของเราหันมาเล่นกีฬาเทนนิสกันมากยิ่งขึ้น บอกตรงๆ หากผมไม่เป็นนักแข่งรถฟอร์มูล่าแล้ว ล่ะก็ ป่านนี้ผมคงจะฝึกซ้อมเทนนิสอย่างเอาเป็นเอาตายแล้วล่ะ"
ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ นับเป็นคนหนุ่มที่มีไฟจริงๆ และเขายังมีไฟในการที่จะปลุกเร้าให้เพื่อนร่วมชาติ ได้แสดงศักยภาพของตนเองออกมาในทางที่สร้างสรรค์ด้วย
///////////////////////////////
ขอบคุณที่มา : ผู้จัดการออนไลน์