วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552

TOYOTA VIOS Super 1500

TOYOTA VIOS Super 1500 By Dang Sticker

โตโยต้า วีออส วันเมคเรช ที่ถูกปลดระวางแล้ว กลายมาเป็นรถยอดฮิตในการแข่งขันรุ่น Super 1500 รายการ Super Car Thailand ซึ่งเริ่มการแข่งขันครั้งแรกในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักแข่งเป็นอย่างมาก คันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคันที่ลงแข่ง วีออส วันเมคเรช มาลงแข่งขันในรุ่น Super 1500 ซึ่งผู้ที่ขับก็คือ อาร์ท หรือ อนวัช นุชพุ่ม ทายาทร้านสติกเกอร์ชื่อดัง แดงสติกเกอร์

ก่อนหน้าที่อาร์ทจะมาแข่งในรายการ Super 1500 ก็เคยลงแข่งขันด้วยรถ Concept Car มาก่อน แล้วก็หยุดพักไปประมาณ 2 ปีจนเกิดรายการนี้ขึ้นมา ก็เลยสนใจ เพราะดีดลูกคิดดูแล้ว แข่งรุ่นนี้ปลอดภัยต่อเงินในกระเป๋าที่สุด จึงไปหาซื้อรถแข่งวีออส ตัวเก่าที่ปลดระวางแล้วมาคันหนึ่ง และที่เลือกรถแข่งเป็นโตโยต้า วีออส ก็เพราะเป็นรถแข่งเก่ามาอยู่แล้ว ไม่ต้องไปทำอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวรถ เป็นรถมีทะเบียนขับไปไหนมาไหนได้ แข่งไปแข่งมาเกิดเบื่อหรือไม่รุ่งขึ้นมา ก็ประกอบเป็นรถบ้านขายได้ อะไรจะคุ้มขนาดนั้น
สร้างความแตกต่างด้วยชุดพาร์ทออกแบบเอง

โดยปกติแล้วตัวแข่ง วีออส วันเมคเรช ก็จะมีชุดพาร์ทมาให้อยู่แล้ว นั่นก็แปลว่ามีรถหน้าตาเหมือนกันอยู่ 20 คัน แต่ไหน ๆ ก็ออกมาจากการแข่งขันวันเมคเรชแล้วนี่ รถแข่งก็ไม่ต้องเป็นพาร์ทชุดเดียวกันแล้ว อาร์ทเลยออกแบบชุดพาร์ทใหม่ด้วยตัวเอง โดยช่วงหน้าเปลี่ยนใหม่หมดทุกชิ้น แก้มหน้า 2 ข้าง เพิ่มความกว้างมากขึ้น หรือศัพท์รถซิ่งเรียกว่าดึงโป่ง ดึงออกมาแล้วคราวนี้ล้อก็เลยมุดเข้าไปในรถ จึงต้องหนุนล้อกลับออกมาให้เต็มซุ้ม

ฝากระโปรงหน้าก็ออกแบบใหม่ ให้มีช่องระบายลมร้อนที่ไหลผ่านมาจากหม้อน้ำ ไหลออกไปนอกรถ วัสดุที่ใช้ทำก็เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ โชว์ลวดลายเพื่อความสวยงาม กันชนหน้าเอาของเดิมมาดัดแปลง ต่อเติมเข้าไปใหม่ให้รับกับโป่งหน้า และได้หน้าตาที่ไม่เหมือนใคร เวอร์ชั่นนี้ยังมีแต่ด้านหน้า แต่ต่อไปจะมีด้านหลังเพิ่มเติม ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างการผลิต และอีกไม่นานก็จะมีวางจำหน่ายด้วย (ตัดสติกเกอร์อย่างเดียวยังรวยไม่พอ)
ภายในรถก็เป็นมาตรฐานทั่ว ๆ ไปสำหรับรถแข่ง รื้ออุปกรณ์ภายในออก และเอาระบบแอร์ออกไปทั้งระบบเพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มโรลบาร์ 6 จุด เบาะแข่ง BRIDE เข็มขัดนิรภัย 4 จุด SCHROTH พวงมาลัย OMP คอพวงมาลัยถอดได้เพื่อความสะดวกในการขึ้น-ลงรถ แผงคอนโซลหน้าปัดหุ้มลายคาร์บอน เพื่อความดุดัน เครื่องจับเวลายี่ห้อยอดฮิต ALFANO และแป้นคันเร่งและเบรกแบบ OTOP ภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆ

เครื่องยนต์ฝีมือป๋าแดง DRAG MASTER

เห็นชื่อคนทำเครื่องแล้ว อย่าเพิ่งนึกว่าผมเขียนผิดนะครับ เครื่องยนต์ตัวนี้เป็นฝีมือการโมดิฟายจากป๋าแดง Drag Master จริง ๆ ขนาดเครื่องยนต์ระดับ 1,000 แรงม้า ยังทำมาแล้ว ตัวนี้แค่ร้อยกว่า ๆ ป๋าบอกสบายมาก ซึ่งตามกติกาในรุ่นนี้ให้ใช้เครื่องยนต์ 1,500 ซี.ซี. ซึ่งไม่สามารถขยายความจุได้อีก ก็หันมาดูที่ฝาสูบ ขัดพอร์ตทั้งไอดีไอเสีย เจียร์บ่าวาล์วใหม่ ปาดฝาสูบเพิ่มกำลังอัดเป็น 10.4:1 ซึ่งกติกาให้ทำได้ 10.5:1 แต่กลัวว่าจะใช้กับน้ำมันออกเทน 95 ไม่ได้

กล่อง ECU ที่ใช้ก็เอากล่องเดิมพ่วงเข้ากับ MOTEC M4 ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะกล่อง M4 มีช่องสัญญาณไม่พอที่จะเอามาเปิดระบบ VVTi จึงเอากล่องเดิมมาใช้เปิดระบบแทน ระบบที่ไอเสียที่ใช้ก็เป็นของ NITTO ทั้งชุด ส่วนระบบส่งกำลัง ใช้เกียร์เดิม ๆ ติดรถอยู่ มี LSD ของ TRD และคลัตช์แบบแผ่นเดียวของ Exedy
ช่วงล่าง TEIN By TEIN MASTER SHOP
ช่วงล่างที่ติดรถคันนี้มาก็เป็นชุดสตรัท BUNDOH ซึ่งก็ใช้ได้ในระดับหนึ่งแล้ว มันพอใช้สำหรับการแข่งขันแบบวันเมคเรซ เพราะทุกคันใช้เหมือนกันหมด แต่พอมาสู่การแข่งขันที่กติกาเปิดมากขึ้น ก็คงต้องขยับตามคนอื่นเขาบ้าง ไม่อย่างนั้นวิ่งอมบ๊วยอยู่ท้ายแถวแน่นอน ด้วยความที่เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน อาร์ทเลยไปให้พี่ใหญ่แห่ง TEIN MASTER SHOP จัดการกับช่วงล่างให้
โดยคันนี้พี่ใหญ่จัดชุด TEIN รุ่น SUPER STREET ทำการโมดิฟายซ้ำเข้าไปอีก โดยเปลี่ยนวาล์วและเปลี่ยนช่วงชักให้สั้นลง ชุดนี้ก็กลายเป็น RACING SPEC ไปแล้ว แต่รุ่นนี้ไม่มียางเบ้าช็อคฯ มาให้ ก็เลยถอดเอาเบ้าเดิมของ BUNDOH และเป็น Ball Joint มาใส่แทน ส่วนสปริง พี่ใหญ่เซ็ตเอาไว้ให้ที่ด้านหน้า 12 กก.-มม. และด้านหลัง 16 กก.-มม. ที่สปริงแข็งขนาดนี้ก็เพราะตอนแข่งขันใช้ยางสลิค ความแข็งของสปริงจึงต้องมากกว่าตอนใช้ยางเรเดียล

ส่วนมุมล้อคันนี้ตั้งมุมแคมเบอร์ล้อหน้าเอาไว้ -3 องศา มุมโทเป็น 0 ที่ด้านหลังแคมเบอร์ -1 และโทเป็น 0 เช่นกัน ในส่วนระบบเบรก ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก เพราะในรุ่นนี้ความเร็วไม่สูงมากนัก จึงได้ใช้ระบบเบรกเดิม ๆ เปลี่ยนแค่จานเบรกจาก Run Stop รุ่นที่มีร่องคายฝุ่นผ้าเบรก และเปลี่ยนผ้าเบรกเป็นเกรด Racing ของ Project U

TOYOTA VIOS4A-GZE

TOYOTA VIOS4A-GZE + เทอร์โบ RB26 กับเวลาควอเตอร์ไมล์ 15.43 วิ.

นาน ๆ ทีจะได้เห็น TOYOTA VIOS เปลี่ยนเครื่องยนต์ เพราะยุคนี้แต่ละคนฮิตโมฯ เครื่องเดิม เพื่อลงฟาดฟันในรุ่น SUPER 1500 ของรายการ SUPER CAR THAILAND ทั้งนั้น ส่วนรถที่เปลี่ยนเครื่องมักเป็นวัยรุ่นขาซิ่งที่ฮิตการวิ่งแบบทางตรง ซึ่ง VIOS คันนี้ก็เช่นเดียวกัน


เจ้า VIOS คันนี้ เกิดมาเพื่อภารกิจใช้ในชีวิตประจำวันแบบซิ่งได้ไม่อายใคร สภาพภายนอกจึงออกมาดูเรียบง่าย ด้วยการนำไปใส่ สเกิร์ตรอบคันสไตล์ TRD แต่สิ่งสำคัญที่เจ้าของรถคันนี้เน้นพิเศษคือพละกำลัง ที่สามารถพาตัวถังขนาดย่อม ๆให้เคลื่อนที่ไปได้อย่าง รวดเร็ว และคำตอบที่เขาเลือกให้กับเจ้า VIOS คันนี้คือ 4A-GZE ซึ่งเป็นเครื่องความจุ 1,600 ซี.ซี. มาพร้อมกับระบบอัดอากาศแบบ SUPERCHARGER ที่สามารถสร้างพละกำลังให้รถขนาดเล็กอย่าง VIOS ทะยานไปได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบอัตราส่วนระหว่าง แรงม้ากับน้ำหนักแล้วล่ะก้อ ไม่ธรรมดาแน่นอน

แต่ด้วยความต้องการที่ยังไม่สิ้นสุด ความแรงดังกล่าวจึงถือว่าเป็นเพียงพื้นฐานเริ่มต้นเท่านั้น และยังไม่เพียงพอกับความต้องการ สักเท่าไหร่ เมื่อเป็นเช่นนี้ ชุด SUPERCHARGER ดังกล่าวจึงถูกถอดออกแล้วหันมาคบกับระบบอัดอากาศแบบ TURBO ที่ง่าย ต่อการโมดิฟาย
ขั้นตอนการดัดแปลงง่ายนิดเดียว เพียงแค่ถอดท่อร่วมไอเสียของเดิมทิ้งไป จัดการตีเขาใหม่ขึ้นมา จากนั้นเลือกเทอร์โบสเป็กที่ต้องการ พร้อมเดินท่อและใส่อุปกรณ์เสริมตามต้องการ อย่างคันนี้เจ้าของเลือกใช้ เทอร์โบ RB26 พร้อมเสริมเวสต์เกตแยกของไทย ส่วนอินเตอร์ จับของ CALSONIC มาใช้ และไม่ลืมที่จะติดตั้งโบล์ว ออฟ วาล์ว HKS ไว้ระบายแรงดันย้อนกลับสู่เทอร์โบอีกด้วย ซึ่งคันนี้เมื่อเซ็ต ทุกอย่างลงตัว เจ้าของก็จัดการดันบูสต์ไว้ 1.3 บาร์ กับเวลาควอเตอร์ไมที่ทำได้ 15.43 วินาที
ในส่วนของช่วงล่าง เล่นวิธีดั้งเดิมด้วยการนำของเดิมมาเซ็ตใหม่ให้แข็งขึ้น ส่วนล้อเลือกใช้ขอบ 17 นิ้วลาย TRD ทางด้านภายใน จับใส่ของตามแฟชั่นด้วยชุดเกจ์วัดต่าง ๆ และทั้งหมดนี้คืออีกหนึ่งสไตล์การแต่งที่นิยมกันในหมู่วัยรุ่นยุคปัจจุบัน

ATCS 1500 MAX จาก PROTON AXLE RACING TEAM

เรามาดูรถอินเตอร์กันหน่อย คันนี้เป็นรถจากแดนเสือเหลือง มาเลเซีย ซึ่งเข้าแข่งขันในรายการ Asian Festival Of Speed's (AFOS) ในรุ่น Asian Touring Car Super 1500 Max Challenge (1500 Max) ในชื่อทีม PROTON AXLE RACING TEAM โดยมีนักแข่ง F1 คนเดียวของประเทศมาเลเซีย Alex Yoong มาเป็นผู้ดูแลทีม

ซึ่งรุ่น 1500 Max นี้เพิ่งจะเริ่มการแข่งขันในปีนี้เป็นปีแรก ซึ่งจะรวมรถขนาดเล็กหลากหลายรุ่น หลากหลายยี่ห้อ ที่มีความจุต่ำกว่า 1,599 ซี.ซี. อ๊ะ... ไม่คุ้นล่ะสิครับ เพราะส่วนใหญ่เราจะได้ยินกติกาที่กำหนดให้ไม่เกิน 1,500 ซี.ซี. เค้าถึงตั้งชื่อว่า 1500 Max ไง แปลว่า สูงสุดของ 1500

PROTON SATRIA NEO + AERO PART R3 สวย ดุ จากโรงงาน

ในบ้านเราคงจะคุ้นเคยกับ PROTON SATRIA NEO ซะมากกว่า กับรถคอมแพ็กต์คันเล็กน่ารัก ซึ่งจะมาทำรถแข่งก็คงจะดูน่ารัก ไปหน่อย ต้องเสริมความดุให้สมกับเป็นรถแข่งซะหน่อย โดยไปเอาชุดพาร์ทรอบคัน จากรถรุ่นเดียวกันนี้แต่เป็นรุ่นที่มีชื่อว่า PROTON SATRIA R3 ซึ่งเป็นรถที่มีเครื่องใหญ่กว่า มีพาร์ทมารอบคันจากโรงงาน ซึ่งมีกันชนหน้าและหลัง สเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์หลัง ที่แตก ต่างไปจากรุ่น PROTON SATRIA NEO

เมื่อจัดการกับภายนอกแล้ว ภายในก็ต้องทำให้พร้อมแข่งด้วย รื้อภายในออกให้หมด ให้เหลือแต่โครง จากนั้นทำการเชื่อมตะเข็บตัวถัง เพิ่มเติม หรือที่เราเรียกกันว่า สปอตตัวถัง ซึ่งรถเดิมๆ มาโรงงานจะเชื่อมตัวถังเป็นจุดๆ ห่างกันพอสมควร เอาแค่พอแข็งแรง ในระดับ หนึ่งเพราะต้องคำนึงถึงความนุ่มนวลของตัวรถด้วย ถ้าตัวถังแข็งมากๆ ความนุ่มนวลก็จะหายไป แต่พอมาเป็นรถแข่งแล้ว ต้องแข็งสุด ๆ

เท่านั้นยังไม่พอ ยังต้องเสริมโรลเคจเข้าไปอีก ค้ำยันตัวถังไม่ให้บิด และไม่ยุบเมื่อเกิดอุบัติเหตุ จากนั้นค่อยใส่อุปกรณ์ภายในอื่นๆ ที่ต้อง ใช้ อย่างเบาะสำหรับแข่งขัน ใช้ของ RECARO รุ่น SG และเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุดของ SPARCO ที่ด้านข้าง ซึ่งตอนนี้ไม่มีเบาะ ซะแล้ว ก็เป็นตำแหน่งติดตั้งถังดับเพลิง ซึ่งควบคุมด้วยไฟฟ้า มีสวิตช์สั่งให้ทำงานอยู่ 2 จุด คือบริเวณคอนโซล และบนฝากระโปรงหน้า ส่วนสายน้ำยาดับเพลิงต่อไปยังห้องเครื่อง ห้องโดยสาร และถังน้ำมัน ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยในการติดตั้งถังดับ

เบรกมือเอาออก แล้วใส่แทนที่เข้าไปด้วยวิทยุสื่อสาร ที่เอาไว้ติดต่อกับทางพิต โดยกดปุ่มบนพวงมาลัยก็พูดคุยกับทางพิตได้ บอกอาการ รถ หรือแจ้งทางพิตให้เตรียมแก้ไขรถ เมื่อรถมีอาการผิดปกติ และทางพิตเองก็สามารถรายงานข้อมูลให้กับนักแข่งได้ อย่างเช่น เวลาต่อ รอบ อันดับของรถแข่ง และระยะห่างของคู่แข่งคันอื่น นักแข่งจะได้วางแผนได้ว่าจะขับอย่างไร
คอนโซลยังใช้เป็นของเดิม แต่ปิดช่องแอร์และช่องวิทยุด้วยแผ่นคาร์บอน แล้วติดตั้งสวิตช์ต่างๆ รวมไปถึงสวิตช์ตัดไฟเข้าไปแทน จอของคันนี้ใช้ MOTEC ซึ่งมีคุณสมบัติเป็น DATA LOGING ซึ่งจะเก็บข้อมูลต่างๆ ของรถแข่ง เครื่องยนต์ วิธีการขับ แรง G ความเร็ว และอื่นๆ ซึ่งจะมีเซ็นเซอร์วัดแรง G อยู่ใกล้ๆ กับวิทยุสื่อสาร และเสาอากาศ GPS ที่จะเป็นตัวจับไลน์การขับของนักแข่ง ระบบนี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับพัฒนารถแข่งและนักแข่ง

เครื่อง 1,599 ซี.ซี. ชิ้นส่วนเดิมๆ แต่โมฯเพิ่ม

ตามกติกาของรุ่น 1500 Max ให้ใช้เครื่องยนต์ที่มีความจุต่ำกว่า 1,599 ซี.ซี. ซึ่งเครื่องยนต์ตัวนี้รู้กันทั่วไปว่าเป็นเครื่อง 1,600 ซี.ซี. แต่ความจุที่แท้จริงไม่ถึง 1,600 ซี.ซี. เพราะฉะนั้นก็ลงแข่งได้โดยไม่ผิดกติกา แต่จะเอาเครื่องเดิมๆ ไปสู้ก็คงจะไม่ไหว มีการโมดิฟาย เพิ่มเติม แต่ทางทีมไม่ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดในการโมดิฟายเครื่องยนต์ บอกเพียงแค่ว่าทุกชิ้นส่วนเป็นของเดิมทั้งหมด ส่วนระบบ ส่ง กำลัง เปลี่ยนมาใช้เกียร์ของมิตซูบิชิ ที่มีอัตราทดดีกว่า

ช่วงล่าง CUSTOM MEAD BY D2 RACING
ช่วงล่างคันนี้ดูเผินๆ อาจจะคิดว่าธรรมดาๆ ก็แค่เปลี่ยนช็อคอัพเป็นของ D2 Racing แต่จริงๆ แล้ว ช็อคอัพ D2 ชุดนี้เป็นแบบสั่งทำ พิเศษสำหรับแข่งขันโดยเฉพาะ หน้าตาไม่แตกต่างจากของที่ขายอยู่ทั่วไป แต่มีดีที่ข้างใน โดยวาล์วด้านในถูกเซ็ตอัพให้เหมาะกับการ แข่งขันเพียงอย่างเดียว


ระบบเบรกคันนี้ก็เปลี่ยนใหม่ทั้งระบบ โดยปกติรถยนต์ทั่วๆ ไปจะเป็นเบรกแบบวงจรไขว้ มีหม้อลมช่วยผ่อนแรง แต่คันนี้เอาหม้อลม ออก เพราะหม้อลมเป็นตัวที่ทำให้นักแข่ง ไม่สามารถคุมน้ำหนักเบรกได้ดังใจ อยากจะเหยียบแค่ 50% หรือ 80% ก็ทำไม่ได้
เพราะหม้อลมมีระบบสุญญากาศมาควบคุมวาล์วอีกที ทำให้แรงที่ส่งไปยังแม่ปั๊มหยาบขึ้นกว่าไม่มีหม้อลม แต่เมื่อไม่มีหม้อลมเบรก ก็หนักขึ้น ต้องใช้แรงมากๆ ในการเหยียบ รถที่ใช้บนถนนไม่ควรเอาอย่าง ไม่ใช่ว่าเห็นรถแข่งไม่มีแล้วไปถอดออกบ้าง ระวังงานจะเข้า

และแม่ปั๊มก็เปลี่ยนมาเป็นแบบ 2 แม่ปั๊ม ซึ่งจะแยกวงจรเป็นหน้าหนี่งตัว และหลังหนึ่งตัว มีตัวปรับแรงดันระหว่างหน้าและหลัง ว่าจะ ให้จับมากน้อยต่างกันเท่าไร ส่วนคาลิเปอร์ใช้เป็นคาลิเปอร์แบบ 4 พอร์ต จาก Alcon กับผ้าเบรก Mintex Racing ล้อของคันนี้ใช้ของ Advanti ขอบ 17 นิ้ว กับยางสลิค Michelin ที่รถแข่งทุกคันจะใช้เหมือนๆ กัน